วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สรุปเนื้อหาแกรมม่า


สรุปเนื้อหาแกรมม่า
ACTIVE AND PASSIVE VOICE
 
Active Voice คือ รูปของกริยาซึ่งประธานเป็นผู้กระทำโดยตรง
         Mary eats a mango.  (แมรี่รับประทานมะม่วง)
 
 
Passive Voice   คือ รูปกริยาซึ่งประธานเป็นผู้ถูกกระทำกริยานั้นโดยผู้อื่นหรือสิ่งอื่น เช่น
         A mango is eaten by Mary. (มะม่วงถูกรับประทานโดยแมรี่)
 
 
จะเห็นได้ว่าใจความประโยค Active Voice และ Passive Voice  นั้นมีความหมายอย่างเดียวกันผิดกันก็ตรงที่ประโยค Active Voice นั้น ประธานเป็นผู้ทำกริยา ส่วน Passive Voice  นั้นประธานเป็นผู้ถูกกระทำกริยา
กริยาที่จะทำเป็นประโยค Passive Voice  ได้จะต้องเป็นกริยาที่เรียกว่า  Transitive Verb คือคำกริยาที่ต้องการกรรมมารับ เช่น  to love , to catch , to buy , to eat , to give , to see , to write , etc.  ส่วน Intransitive Verb ซึ่งหมายถึงกริยาที่ไม่ต้องการกรรมมารับ เช่น to run , to walk , to go , to fly , to swim , etc. นั้นจะทำให้เป็น  Passive Voice ไม่ได้
 
 
หลักทั่วไปในการเปลี่ยนประโยค  Active Voice  ให้เป็นประโยค Passive Voice
1.ให้กลับเอาประธานของประโยค Active Voice ไปเป็นกรรมในประโยค Passive Voice โดยมี preposition ‘by’ นำหน้า
2.ให้กลับเอากรรมของประโยค  Active Voice  มาเป็นประธานในประโยค Passive Voice 
3.กริยาของประโยค  Active Voice  นั้น เมื่อนำมาใช้ในประโยค  Passive Voice  จะต้องเป็นรูปกริยาช่องที่ 3 (Past Participle)  และใช้ตามหลัง Verb to be คือ  is , am , are , was , were , be , being , been  ซึ่งจะใช้  Verb to be  ตัวใดนั้นต้องดู tense ของกริยาเดิมในประโยค Active เสมอ จะเปลี่ยนแปลง tense ไม่ได้
ประถมปลาย
มัธยมต้น
มัธยมปลาย
ADVERB
คนทำงาน
วิธีการเลือกหลักสูตรเรียน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น